fbpx

ทำไมชมลูกถึงเป็นดาบสองคม

Posted by: Kidhero | Published on: December 19, 2018

การชมลูกที่มีความหมาย ช่วยให้ลูกคิดตาม ภูมิใจในผลงาน มีความพยายาม สร้างพฤติกรรมที่ดีๆ และปลูกฝัง Growth Mindset ให้ลูก

ยกตัวอย่างวันที่แม่เอ๋พาลูกสาวไปเรียนดนตรีของเด็กเล็ก แทบจะได้ยินคำว่า “Good job” ทุกๆ สามนาทีจากแม่ๆ ที่นั่งอยู่รอบๆ ไม่ว่าลูกจะเดินไปหยิบของ เอาของไปคืน ลูกนั่งลงเรียบร้อย ลูกเต้นตามเพลง ทุกคนพูดอย่างติดปาก

หลายครั้งต้องพยายามที่จะไม่บอกลูกว่า “เก่งมาก” เพราะติดปากเหมือนกัน เนื่องจากพูดง่ายดี

พอตั้งสติได้ ก็จะไม่พูด เพราะพอเราบอกว่า “เก่งมาก” แล้วก็คือจบ เหมือนกับปิดโอกาสตัวเองที่จะชมลูกอย่างมีความหมาย ลูกเองก็ไม่ได้รับอะไรจากคำชมของเราเลย แถมอาจจะติดเป็นนิสัยว่าทำอะไรต้องมีคนชมตลอด

พอตั้งสติได้ ก็เลยลองชมลูกว่า

“หนูเก็บของลงกล่องเบาๆ ดีมาก ของจะได้ไม่พัง” – เป็นการบอกถึงผลดี
“หนูเต้นตามเพลงด้วย สนุกใช่ไหมคะ” – เป็นการบอกตามที่มองเห็น
“วันนี้หนูช่วยคุณครูเก็บผ้าเหมือนเพื่อนๆ ด้วย” – เป็นการสนับสนุนความพยายามใหม่ๆ

การชมที่ดีมีหลายแบบ

  1. ชมตามที่เห็น ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร ก็ชมตามที่เห็นลูกทำ ให้ลูกรู้ว่าเราชอบที่เห็นเขาทำนะ
  2. ชมโดยการบอกผลดีที่จะตามมา ลูกจะได้เรียนรู้ว่าการกระทำดีๆ ของเขา ก่อให้เกิดผลดีอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะผลที่เกิดกับความสัมพันธ์ของเขากับคนรอบข้าง เป็นการบอกว่าเขาสามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ให้คนอื่นและตัวเอง
  3. ชมโดยสนับสนุนความพยายามใหม่ๆ เช่น ถ้าลูกหัดทำอะไรใหม่ๆ ได้เอง หรือเริ่มที่จะกล้าทำกิจกรรมอะไร ก็พูดบอกอย่างมีความสุขให้ลูกรู้ว่านั่นเป็นสิ่งดี
  4. ชมที่ความพยายาม ถ้าเห็นลูกตั้งใจและพยายามทำอะไรมากๆ ก็ให้ชม ถึงแม้ว่างานที่ออกมาจะไม่สำเร็จ หรือไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ก็ตาม
  5. ชมด้วยการถามถึงงานที่ทำ เป็นการแสดงความเอาใจใส่ว่าเราสนใจงานที่ลูกทำจริงๆ

ลองยกตัวอย่างง่ายๆ นะคะ เช่น

  • ถ้าลูกวาดรูปได้สวย  
    แทนที่จะชมว่า “เก่งจังเลย” “รูปสวยมาก” หรือ “หนูวาดรูปเก่ง”  
    ก็ลองถามให้อธิบายรูปที่วาด “หนูพยายามวาดอยู่นานเลยนะ ไหนบอกแม่ซิว่า วาดอะไรมั่ง”  
    แล้วชมว่า “หนูเข้าใจคิดเข้าใจสื่อเรื่องราวดีนะครับ แม่ชอบ” 
  • ชมตามที่เห็นลูกทำ เช่น ถ้าลูกทานข้าวเองได้  
    แทนที่จะบอกว่า “เก่งมาก ทานข้าวได้เอง” 
    ก็บอกว่า “หนูตักข้าวทานเองได้แล้ว! ไม่หกเลยด้วย”
  • ลูกทำคะแนนจากการสอบได้ดี  
    แทนที่จะบอกว่า “ฉลาดมากเล้ย” 
    ก็บอกว่า “หนูต้องตั้งใจเรียนในห้องเรียนแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ”
    หรือ “หนูขยันอ่านหนังสือเลยทำคะแนนได้ดี แม่ดีใจด้วย”
  • ลูกทำโจทย์เลขยากๆ ได้ 
    แทนที่จะชมว่า “ฉลาดมาก” 
    ก็บอกว่า “หนูตั้งใจคิดตั้งนานแน่ะ ในที่สุดก็หาคำตอบได้”
  • ลูกแบ่งของให้น้องเล่น  
    ก็ชมว่า “เห็นไหม น้องดีใจมากเลยนะ ได้เล่นของเล่นที่หนูแบ่งให้” 
    ***การชมเช่นนี้จะทำให้ลูกเข้าใจผลของการทำดีด้วยการแบ่งปันสร้างความสุขให้คนอื่น แล้วตัวเขาาเองก็จะรู้สึกดีไปด้วย
  • ลูกทำงานกลุ่มได้ดี  
    ก็ชมว่า “แม่ดีใจนะครับที่หนูแบ่งงานกันได้ดี พยายามให้เพื่อนมีส่วนร่วมกันทุกคน (ชื่อเพื่อน) เค้าดูดีใจมากที่ได้ทำที่เค้าอยากทำ”
  • ลูกเล่นกีฬาแล้ว”เกือบ”ชนะ 
    แทนที่จะบอกว่า “วันนี้เล่นได้ดีขึ้นนะ เกือบชนะแน่ะ” 
    ก็ชมว่า “หนูพยายามเล่นมากเลย แม่ชอบดูที่หนูพยายาม”

คงเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ

ถึงจะเป็นผู้ใหญ่ ถ้ามีใครชมเราด้วยการเอาใจใส่แบบนี้เราก็คงรู้สึกดีเหมือนกัน

บางบทความถึงกับเสนอแนะว่าถ้าไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีกว่า“ฉลาดจังเลย” หรือ “เก่งจังเลย” อย่าพูดเสียดีกว่า แต่จริงๆ แล้ว อย่างน้อยค่อยๆ ฝึก ตัดสองคำนี้ออกไป แล้วเพิ่มเข้ามาว่า “หนูพยายามได้ดีมาก” ด้วยน้ำเสียงและแววตาชื่นชม ก็น่าจะดีมากแล้ว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม