fbpx

ทักษะ EF ใน " วัยเด็ก " ไม่มีได้มั้ย

Posted by: Kidhero | Published on: December 21, 2018

คุณเป็นหนึ่งในพ่อแม่ที่กำลังเคี่ยวเข็ญให้ลูกวัย 3-6 ปีท่องศัพท์ หรือบวกลบคูณหารเลขเพื่อเตรียมสอบอยู่หรือไม่?

รู้ไหมว่า ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ลูกคุณกำลัง พลาดโอกาส ในช่วงพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในชีวิต!

โอกาสนั้นคืออะไร?

วันนี้ Kid Hero จะพาไปรู้จักทักษะ “Executive Function” หรือ EF ทักษะทางสมองที่จะช่วยให้ลูกของคุณเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือผู้ปกครองและสถาบันการศึกษาของไทยต่างละเลยทักษะนี้ไปในหลายทศวรรษที่ผ่านมา!

“หลายทศวรรษที่ผ่านมา การจัดการศึกษาในประเทศไทยให้ความสนใจกับการเรียนรู้แบบ Passive Learning เน้นการสอบแข่งขัน การสอบเข้า และการกวดขันวิชากันอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กไทยหลายต่อหลายรุ่นได้ขาดโอกาสพัฒนาทักษะสมอง EF ไปอย่างน่าเสียดาย”

-ศ.นพ.วิจารณ์ วาณิช ได้กล่าวไว้ในปฐกถาพิเศษในเวทีเสวนาเรื่อง “EF คือรากฐานอันแข็งแกร่งของการพัฒนามนุษย์”  

EF (Executive Function)

คือ ชุดกระบวนการทางความคิด (Mental Process) ที่ช่วยให้เด็กๆ วางแผน จดจ่อ จำคำสั่ง และจัดการ กับงานหลายๆ อย่างให้เรียบร้อยลุล่วงไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถจัดลำดับความสำคัญของงาน วางเป้าหมาย และทำเป็นขั้นตอนจนสำเร็จ รวมทั้งควบคุมประสิทธิภาพการทำงานและแรงกระตุ้นทั้งหลาย ไม่ให้ความสนใจออกนอกลู่นอกทาง

ทั้งนี้ทั้งนั้น กระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นการทำงานของสมองส่วนหน้าเพียงอย่างเดียว หากแต่มีสมองส่วนหน้าเป็นตัวควบคุมผ่านวงจรเส้นใยประสาทที่เชื่อมต่อกับสมองส่วนอื่นๆ ด้วย

EF ประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มทักษะ คือ

1. กลุ่มทักษะพื้นฐาน (สีเขียว)

  1. Working memory หรือความจำที่นำมาใช้งาน คือความสามารถในการเก็บข้อมูล การประมวลผล และการดึงข้อมูลที่เก็บไว้ในคลังสมองออกมาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการ
  2. Inhibitory Control หรือการยั้งคิด คือการควบคุมแรงปรารถนาของตนเองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมต่างๆ ได้ตามกาลเทศะ เด็กที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับ “รถที่ขาดเบรก”
  3. Shift หรือ Cognitive Flexibility หรือความยืดหยุ่นทางความคิด คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป รู้จักยืดหยุ่นพลิกแพลง หาทางออกใหม่ๆ และคิดนอกกรอบได้

2. กลุ่มทักษะกำกับตนเอง (สีฟ้า)

  1. Focus / Attention คือความใส่ใจและจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก
  2. Emotional Control คือการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับความเครียด ความเหงา ฯลฯ ได้ มีอารมณ์มั่นคง และแสดงออกได้โดยที่ไม่รบกวนผู้อื่น
  3. Self-Monitoring คือการรู้จักประเมินตนเอง รวมถึงการตรวจสอบงานเพื่อหาจุดบกพร่อง และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ได้ผลอย่างไร

3. กลุ่มทักษะปฏิบัติ (สีเหลือง)

  1. Planning and Organizing คือการวางแผนและการจัดระบบการดำเนินการ โดยเริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การมองภาพรวม การจัดลำดับความสำคัญและจัดระบบโครงสร้าง จนถึงการตีเป้าหมายแตกออกเป็นขั้นตอน
  2. Initiating หรือการริเริ่มและลงมือทำงานตามที่คิด คือเมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
  3. Goal-Directed Persistence หรือความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย คือเมื่อตั้งใจและลงมือทำแล้ว ก็มีความมุ่งมั่นบากบั่น ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ

เราจะเห็นได้ว่า EF มีส่วนช่วยให้เด็กๆ สร้างพฤติกรรมเชิงบวก และช่วยในการตัดสินใจในทางที่สร้างสรรค์ต่อตัวเองและคนอื่น หากเด็กๆ มีทักษะ EF พวกเขาก็จะมีความสามารถในการคิด การรู้สึก และการจัดการตนเอง

 หากเด็กขาดทักษะ EF?

หากเด็กขาดทักษะ EF ในด้านใดด้านหน้าหนึ่ง หรือหลายด้าน พัฒนาการของเขาจะได้รับผลกระทบ เช่น เด็กที่ขาดทักษะในด้านความใส่ใจและจดจ่ออย่างรุนแรง ก็อาจจะกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ซึ่งอาจลามไปถึงพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว ขาดวิจารณญาณ และเสพติดสิ่งต่างๆ ได้ง่ายด้วย

หรือหากเด็กขาดทักษะในด้านการวางแผนจัดการ ก็อาจจะทำให้ทำงานที่ครูหรือที่พ่อแม่มอบหมายให้ไม่สำเร็จ
เด็กๆ ที่ขาดการพัฒนาทักษะ EF ในหลายด้าน อาจไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง มีความอดทนอดกลั้นต่ำ ไม่สามารถอดทนต่อสิ่งเร้ารอบตัวได้ในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การ “เสพติด” สิ่งต่างๆ เช่น เกมส์ เหล้า บุหรี่ เมื่อโตขึ้นได้ง่ายขึ้นด้วย

แล้วมาพบกันกับวิธีการพัฒนาทักษะ EF ของเด็กในวัยต่างๆ ได้ในบล็อกต่อไปนะคะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม