fbpx

เคล็ดลับสู่การพัฒนาทักษะ EF

Posted by: Kidhero | Published on: December 27, 2018

การวิจัยจำนวนไม่น้อยชี้ว่าทักษะ EF เริ่มพัฒนาขึ้นในเวลาไม่นานหลังการปฏิสนธิ โดยในช่วงวัย 3-6 ปี เป็นช่วงอายุที่สำคัญที่สุด เพราะทักษะ EF อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา และจะพัฒนาต่อเนื่องไปจนถึงวัยเรียน วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนหน้าพัฒนาเต็มที่ แต่อัตราการพัฒนาของทักษะ EF ในช่วงวัยเรียน วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น จะไม่สูงเท่ากับในช่วงอายุ 3-6 ปี หลังจากนั้นเมื่อสมองส่วนหน้าพัฒนาเต็มที่แล้ว อัตราการพัฒนาก็จะลดลงเล็กน้อย ก่อนที่จะคงที่ไปจนถึงวัยสูงอายุ

การฝึกทักษะ EF ในช่วง 3-6 ปีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สมองก่อรูปเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างถาวร กลายเป็นวิธีคิด หรือบุคลิกของเด็กคนนั้นไปเลย

ช่วงวัย 6 - 18 เดือน

เป็นช่วงวัยที่ทักษะ EF ในด้านการควบคุมตนเอง ความสนใจและจดจ่อ (Focus Attention) การจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) และการควบคุมตนเองขั้นพื้นฐานกำลังได้รับการพัฒนา ส่วนใหญ่กิจกรรมในวัยนี้จะเริ่มต้นในที่ที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นก็คือบนตักของพ่อและแท่นั่นเอง 

กิจกรรมพ่อแม่จะทำได้ ก็คือ Lap Game หรือกิจกรรมที่นั่งอยู่บนตกแล้วเล่นกับลูกได้ เช่น 

  • เล่น “จ๊ะเอ๋” กับ เล่นซ่อนหาของเล่น
  • กล่อมเด็กด้วยเพลง หรือใช้เพลงประคองลูกให้โยกตามจังหวะ
  • เล่นเกมเลียนแบบพฤติกรรม เช่น ตบแปะ หรือ ให้ลูกทำท่าทำทางอย่างที่พ่อแม่ทำ
  • สนทนาพูคคุยขั้นพื้นฐาน 

ช่วงวัย 18 - 36 เดือน (1-3 ปี)

เป็นช่วงวัยหัดเดินที่ร่างกายเริ่มพัฒนาความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆ หลากหลายมากขึ้น เช่นเดียวสมองที่มีพัฒนาการตอบรับในด้านภาษา การควบคุมตนเอง การวางแผน ซึ่งภาษาจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงหน้าที่ หรือคำสั่งอันซับซ้อนที่มากขึ้น  พ่อแม่ที่สามารถสื่อสารได้ 2 ภาษา (หรือมากกว่า) ควรใช้ความสามารถนี้ในการพัฒนาทักษะลูกในช่วงวัยนี้มากที่สุด 

กิจกรรมที่เหมาะสมคือ กิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ   

  • เกมโยน-รับสิ่งของ หรือโยนของเล่นเล็กๆ ให้เด็กไปเก็บ
  • การเต้นตามเพลง กระโดดเบาๆ
  • การสนทนาหรือเล่านิทาน เพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษา
  • ตั้งถามคำถามง่ายๆ ให้เด็กลองตอบ เช่น หนูจะทำอะไรต่อไปคะ? ลูกบอลนี้มีสีอะไรบ้าง?
  • ให้เด็กๆ พูดถึงความรู้สึก หรือสิ่งที่ตัวเองไปพบเจอมา
  • เกมจับคู่ หรือเรียงสิ่งของอย่างง่ายๆ

ช่วงวัย 3 -5 ปี

เป็นวัยที่ทักษะ EF ของเด็กพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะทักษะในด้านการควบคุมตนเอง (selfr-egulation skills) ช่วงวัยนี้นี้จึงมีความสำคัญมากในการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสามารถของเด็กแต่ละคน 

กิจกรรมที่เหมาะสม
  • แสดงบทบาทสมมติ เสริมด้วยเทคนิคอย่าง เช่น การเล่านิทานก่อนให้เด็กได้สวมบทบาท หรือเตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือฝึกให้เด็กๆ ทำของเหล่านั้นด้วยตัวเอง
  • ฝึกให้เด็กเล่านิทาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิด และลำดับขั้นเหตุการณ์อย่างเป็นระบบ
  • กิจกรรมเกมเข้าจังหวะ อย่างการเต้นตามเพลง หรือใช้เพลงเป็นตัวช่วยเสริมในกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มระดับความยากง่าย หรืออุปสรรคให้เด็กๆ ได้ลองใช้จินตนาการแก้ปัญหา เช่น ใช้เพลงที่พูดเกี่ยวกับสัตว์ เมื่อถึงท่อนใดท่อนหนึ่งก็ให้เด็กๆ ทำท่าเหมือนสัตว์ในเพลง เป็นต้น

ช่วงวัย 5 - 7 ปี

ยังคงเป็นวัยที่สมองพัฒนาทักษะ EF ในด้านการควบคุมตนเอง (selfr-egulation skills) แต่เด็กๆ ในวัยนี้จะเริ่มสนุก และพร้อมที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมการเล่นที่มี กฏกติกา หรือเงื่อนไขเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น

กิจกรรมที่เหมาะสม 

  • การ์ดเกม (การ์ดคำศัพท์) หรือบอร์ดเกม 
  • กิจกรรมที่ใช้การเคลื่อนไวร่างกาย ที่อาศัยการตอบสนองแบบฉับพลัน เช่น การวิ่งไล่จับ เกมแปะแข็ง
  • เกมที่อาศัยการวางแผน หรือการแก้ปัญหา

เด็กโตตั้งแต่วัย 7 ปีขึ้นไป ยังสามารถพัฒนาทักษะ EF ได้อยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากสมองนั้นมีคุณสมบัติยืดหยุ่น (Plasicity) แต่อาจจะไม่ได้ผลดีเท่ากับในช่วงปฐมวัย  ดังนั้นพ่อ-แม่ หรือผู้ที่มีส่วนดูแลเด็กในช่วงปฐมวัยในช่วง 3-6 ปี ควรให้ความสำคัญกับช่วงเวลานั้นมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างทางประสาทถาวรจะได้รับการพัฒนา  

การพัฒนาทักษะ EF จะสำเร็จได้หรือไม่นั้น หัวใจหลักสำคัญคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิด หรือผู้ดูแลเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ ญาติ หรือคุณครูในโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลที่ดูแลเด็กวัย 3-6 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่ทักษะ EF ในตัวเด็กมีการพัฒนามากที่สุด  โดยสามารถฝึกฝนได้จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • สร้างวินัยในชีวิตประจำวัน ให้เด็กรู้จักรอ รู้จักดูแลตนเอง เก็บข้าวของของตัวเอง
  • ฝึกให้เด็กรู้จักยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ของตนเอง
  • ฝึกให้เด็กฟังคนอื่น เข้าใจความรู้สึกตนเองและคนอื่นๆ
  • ชวนให้เด็กๆ คิด พูดคุยโต้ตอบในเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัว
  • ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเองตามวัย เช่น สวมเสื้อผ้า เก็บของเล่น ทำการบ้าน ฯลฯ
  • ให้เด็กช่วยเหลืองานบ้านตามวัย อาทิ จัดจานเข้าที่
 

โรงเรียนก็ควรมีกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือทำ (Learning by Doing) ฝึกวางเป้าหมาย จัดลำดับก่อนหลัง อดทน พากเพียร สังเกตเรียนรู้ขั้นตอนการทำงาน   รวมไปถึงให้เด็กได้มีโอกาสออกไปเผชิญสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ พบคนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ได้แก้ปัญหาต่างๆ (ที่เหมาะสมกับวัย) ด้วยตนเอง จากนั้นให้เด็กมีโอกาสฝึกการประเมินผลอย่างง่ายๆ ว่าดี หรือไม่ดีอย่างไร และให้กำลังใจเมื่อเด็กทำสำเร็จ

หลักสูตรการจัดการศึกษาในโรงเรียนของประเทศเราจะต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เน้นบังคับกะเกณฑ์ให้เร่งเรียนเขียนคัด ฟังครูอย่างเดียว แล้วท่องจำ เป็นนกแก้วนกขุนทองเพื่อเอาคะแนนสอบ โดยไม่ได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้จากชีวิตจริงเลย

การให้โอกาสเด็กๆ ได้เรียนรู้ แบบ Active Learning จะช่วยส่งเสริมทักษะ EF ทั้งหมด ในทางตรงข้าม การจำกัดการเรียนรู้แบบ Passive Learning ก็จะทำลายสมองเด็กไปอย่างน่าเสียดาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม